WISDOM น่าใช้จริงหรือเปล่า? ในวันที่ข้อมูลหลายอย่างยังไม่ชัดเจน ยังมีปัญหาเรื่องการถอนเงิน
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ: คงไม่มีนักลงทุนคนไหนไม่รู้จัก “ตลาดหมี” และ “ตลาดกระทิง” เพราะทุกคนล้วนคงจะเคยพบเจอกันมาแล้ว แต่สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่คงจะยังงงๆว่า หมีกับกระทิง มาเกี่ยวอะไรกับตลาด Forex
วันนี้ WikiFX จะมาแนะนำ หมีและกระทิง ให้เทรดเดอร์มือใหม่ได้รู้จักและรู้ถึงความสำคัญของเจ้าสองตัวนี้กัน
ตลาดหมี คืออะไร ตลาดหมี (Bear Market) จะเป็นตัวแทนของสภาวะตลาดที่มีแนวโน้มขาลง ที่ตั้งชื่อว่าตลาดหมีก็เพราะว่า ลักษณะกราฟราคาที่มีการปรับตัวลง คล้ายกับโดนอุ้งมือหมีตะปบลงนั่นเอง
ตลาดกระทิง คืออะไร ตลาดกระทิง (Bull Market) จะตรงข้ามกับตลาดหมีเลยนั่นเอง โดยที่ตลาดกระทิงจะเป็นตัวแทนของสภาวะตลาดที่มีแนวโน้มขาขึ้น โดยเราจะรู้ว่าเป็นตลาดกระทิงได้อย่างไร ก็สังเกตได้จากกราฟที่จะพุ่งขึ้นคล้ายกับการขวิดของกระทิงนั่นเอง
การเทรด Forex เป็นการเทรดทำกำไร ไม่ว่าตอนนั้นตลาดจะเป็นตลาดหมีหรือกระทิงก็ตาม เทรดเดอร์สามารถใช้กลยุทธ์ในการเทรดตามเทรนด์หรือเทรดแบบสวนเทรนด์ก็ได้
สิ่งที่เทรดเดอร์ต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับตลาด 2 รูปแบบนี้คือ จังหวะและสัญญาณการเทรด ซึ่งไม่ใช่รอให้กราฟราคาดันตัวขึ้นกลายเป็นกระทิงแล้วค่อยทำการซื้อ โดยไม่แน่ว่ากราฟอาจจะมีแนวโน้มกลายเป็นตลาดหมีก็เป็นไปได้ เทรดเดอร์ควรมองหาสัญญาณก่อนแนวโน้มตลาดจะเกิดขึ้น และใช้จังหวะนั้นทำการซื้อขายอย่างแม่นยำ
ระหว่างตลาดหมีแลละตลาดกระทิงนั้นสามารถจำได้ง่ายๆเลย ถ้าหากกราฟพุ่งขึ้น แนวโน้มตลาดจะเป็นขาขึ้น นั่นคือ ตลาดกระทิง แต่ถ้าหากกราฟพุ่งลงเหมือนโดนอุ้งเท้าหมีตะปบ นั่นจะเป็นตลาดหมี ซึ่งแนวโน้มตลาดจะเป็นขาลงนั่นเอง ซึ่งตลาดทั้ง 2 แบบเทรดเดอร์สามารถนำกลยุทธ์การเทรด Forex มาช่วยให้เทรดง่ายขึ้นได้ แต่เทรดเดอร์จะต้องจับสัญญาณก่อนการเกิดตลาดนั้นๆให้ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้กล่าวถึงการที่ UEXO แต่งตั้ง Daher Mohamed เป็นผู้บริหารด้าน Liquidity & Partnerships เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันในตลาด Forex โดยเฉพาะด้านสภาพคล่องและเครือข่ายพันธมิตร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพการเทรด เช่น ความเร็วในการส่งคำสั่งและสเปรด บทความชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนแนวโน้มที่โบรกเกอร์หันมาแข่งขันกันในระดับโครงสร้างมากขึ้น สรุปคือ นักเทรดควรให้ความสำคัญกับคุณภาพระบบของโบรกเกอร์ เพราะส่งผลต่อผลลัพธ์การเทรดในระยะยาว

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้อธิบาย 6 ความเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับพื้นฐานการเทรด Forex ที่ทำให้นักเทรดจำนวนมากยังขาดทุน โดยชี้ให้เห็นว่าพื้นฐานที่แท้จริงไม่ได้มีแค่การอ่านกราฟ แต่รวมถึงการบริหารความเสี่ยง จิตวิทยา และระบบการเทรด ความเชื่อผิด ๆ เช่น การใช้ Leverage สูง เทรดบ่อย ไม่ตั้ง Stop Loss หรือพึ่ง Indicator มากเกินไป ล้วนเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น บทความเน้นว่าความสำเร็จในการเทรดขึ้นอยู่กับ “คุณภาพของการตัดสินใจ” และการควบคุมอารมณ์มากกว่ากลยุทธ์เพียงอย่างเดียว สุดท้าย การทบทวนพื้นฐานและเข้าใจตัวเองอย่างต่อเนื่อง คือกุญแจสำคัญในการอยู่รอดในตลาดระยะยาว